ผู้ติดตาม

วันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2555

สถานที่ท่องเที่ยวที่หน้าสนใจ

 วัดบ้านแหลม




วัดบ้านแหลม หรือ วัดเพชรสมุทรวรวิหาร ตั้งอยู่ในตัวเมือง เดิมชื่อวัดศรีจำปา เป็นวัดสำคัญที่สุดของจังหวัด ตามพงศาวดารฉบับราชหัตถเลขา เมื่อ พ.ศ. 2307 พม่ายกทัพเข้ามาตีเมืองเพชรบุรี แต่กองทัพของกรุงศรีอยุธยา ได้ยกทัพมาช่วยรักษาเมืองไว้ได้

หลวงพ่อวัดบ้านแหลมวัดเพชรสมุทรวรวิหาร

ชาวบ้านแหลมในเขตเมืองเพชรบุรีได้อพยพหนีพม่ามาตั้งบ้านเรือนอยู่ในตำบลแม่กลอง เหนือวัดศรีจำปาขึ้นไป และเรียกหมู่บ้านนี้ว่า "บ้านแหลม"  ตามชื่อบ้านเดิมของตนในเมืองเพชร ได้ช่วยกันบูรณะวัดศรีจำปาแล้วเรียกว่า "วัดบ้านแหลม" 
ชาวบ้านแหลมนี้ส่วนใหญ่เป็นชาวประมง คราวหนึ่งได้ออกไปลากอวน  ในอ่าวแม่กลอง ได้พระพุทธรูปติดอวนขึ้นมา 2 องค์ องค์หนึ่งเป็นพระพุทธรูปนั่ง อีกองค์หนึ่งเป็นพระพุทธรูปยืน สำหรับพระพุทธรูป นั่งได้นำไปประดิษฐานไว้ที่วัดเขาตะเครา จังหวัดเพชรบุรี

วัดศรัทธาธรรม... ประดับด้วยมุกรอบโบสถ์
 วัดศรัทธาธรรม
ตั้งอยู่ที่ตำบลบางจะเกร็ง ระหว่างทางไปดอนหอยหลอด เป็นวัดที่พระอุโบสถทำจากไม้สักทอง และจุดเด่นของวัดนี้คือ ผนังด้านในฝังมุก ทั้งหลัง สร้างโดยพระครูสมุทรวิสุทธิวงศ์ อดีตเจ้าอาวาส สร้างเมื่อ พ.ศ. 2535 ภายในเป็นภาพพุทธประวัติ ภาพรามเกียรติ์ หลวงพ่อบ้านแหลม หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด เป็นที่สักการะของชาวสมุทรสงคราม และจังหวัดใกล้เคียง

นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมานมัสการได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 6.00-20.00 น. บริเวณวัดจะมีร้านขายกาละแมรามัญซึ่งได้ชื่อว่าอร่อยที่สุด วางขายอยู่ บริเวณวัดแห่งนี้ กาละแมนี้มีลักษณะพิเศษ คือใช้ใบหมากห่อ เมื่อเวลารับประทาน จะต้องใช้ มีดคมๆเล่มใหญ่หันออกเป็นก้อนๆ ก่อน



ดอนหอยหลอด




เป็นสันดอนตั้งอยู่ปากแม่น้ำแม่กลอง ที่เกิดจากการตกตะกอนของดินปนทราย หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า"ทรายขี้เป็ด" มีอาณาบริเวณกว้างประมาณ 3 กม. ยาว 5 กม. มีอยู่ 2 แห่ง ได้แก่ ดอนนอก อยู่บริเวณปากอ่าวแม่กลอง เดินทางไปได้โดยทางเรือ และ ดอนใน อยู่ที่ชายหาดหมู่บ้านฉู่ฉี่ ตำบลบางจะเกร็ง และที่ ชายหาดหมู่บ้านบางบ่อ ตำบลบางแก้ว สามารถเดินทางไปได้โดยทางรถยนต์ บริเวณสันดอนนี้มีหอยอาศัยอยู่หลายชนิด ได้แก่ หอยลาย หอยปุก หอยปากเป็ด หอยแครง และโดยเฉพาะหอยหลอดมีมากที่สุด หอยหลอดเป็นหอยชนิด 2 ฝา ตัวสีขาวขุ่น มีเปลือกคล้ายหลอดกาแฟฝังตัวอยู่ในเลน การจับหอยหลอด จะจับในช่วงน้ำลง  โดยใช้ไม้เล็ก ๆ ขนาดก้านธูป จุ่มปูนขาว แล้วแทงลงไปในรูหอยหลอด หอยจะเมาปูนแล้วโผล่ขึ้นมาให้จับ ไม่ควรสาดปูนขาวลงบนสันดอน เพราะจะทำให้หอยที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นตายหมด ช่วงเวลาที่มีหอยหลอดมาก คือ ประมาณเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ของทุกปี

ดอนหอยหลอดร้านค้า ดอนหอยหลอด

นอกจากนั้นบริเวณดอนหอยหลอดที่หมู่บ้านฉู่ฉี่นี้เป็นที่ตั้งศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และมีร้านอาหาร ร้านขายสินค้าพื้นเมืองจำหน่ายอยู่หลายร้านเช่น หอยหลอดสด-แห้ง อาหารทะเลสด-แห้ง น้ำปลากะปิคลองโคน น้ำตาลปึก น้ำตาลสด ฯลฯ
วัดจุฬามณี
 วัดจุฬามณี
ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 325 (สมุทรสงคราม-บางแพ) กิโลเมตร 34–35 ตำบลบางช้าง เป็นวัดโบราณริมฝั่งคลองอัมพวาต่อเนื่องกับคลองผีหลอก วัดนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายรัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง สันนิษฐานว่า ท้าวแก้วผลึก (น้อย) นายตลาดบางช้าง ต้นวงศ์ราชินิกุลบางช้างเป็นผู้สร้างขึ้น บริเวณหลังวัดเดิมเป็นนิวาสสถานของคุณนาค (สมเด็จพระอมรินทรามาตย์พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 1) และคุณบุญรอด (สมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 2)


วัดภุมรินทร์กุฏีทอง
ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง ตรงปากคลองประชาชื่นฝั่งตะวันตก ตำบลสวนหลวง สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดมีมากมาย ได้แก่ กุฎีทอง ทำด้วยไม้สัก ประวัติเล่าว่า เศรษฐีบิดาของคุณนาค (สมเด็จพระอมรินทรามาตย์พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 1) ให้สมภารวัดบางลี่ตรวจดูดวงชะตาคุณนาค สมภารทำนายว่าจะได้เป็นพระราชินี เศรษฐีบิดาคุณนาคจึงให้คำมั่นว่า ถ้าเป็นจริงจะสร้างกุฎีทองถวายให้วัด วัดบางลี่จึงได้ชื่อว่า วัดบางลี่กุฎีทอง ต่อมาวัดบางลี่ถูกน้ำเซาะที่ดินพังลง จึงรื้อกุฎีทองมาสร้างไว้ที่วัดภุมรินทร์ วัดนี้จึงได้ชื่อว่าวัดภุมรินทร์กุฎีทอง นอกจากนี้ ยังมี

 สถานที่ท่องเที่ยวท่องเที่ยวท่องเที่ยว
ประตูไม้
ท่องเที่ยว

 สถานที่ท่องเที่ยวท่องเที่ยวท่องเที่ยว
เพดานไม้
ท่องเที่ยว

 สถานที่ท่องเที่ยวท่องเที่ยวท่องเที่ยว
กุฏีทอง
ท่องเที่ยว

พิพิธภัณฑ์วัดภุมรินทร์และอุทยานการศึกษา เป็นสถานที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุล้ำค่าสมควรแก่การศึกษาและอนุรักษ์ ไว้ เช่น พระพุทธรูป หนังสือไทย โถลายคราม และเครื่องทองเหลือง พระพุทธรูปเก่าแก่อายุกว่า 300 ปี เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทอง ปางมารวิชัยชื่อ พระพุทธรัตนมงคลหรือหลวงพ่อโต และ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยประดิษฐาน สอบถามรายละเอียดได้ที่พระปลัดถาวรปิยธโร โทร. 0 3475 1492, 0 1409 0567องชาวบ้านทั่วไป มีงานนมัสการหลวงพ่อปู่กลางเดือนอ้ายของทุกปี


ตลาดน้ำท่าคา

ในวันขึ้นหรือแรม 2 ค่ำ 7 ค่ำ 12 ค่ำ และทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลาประมาณ 06.00- 12.00 น. จะมีตลาดนัดที่ชาวบ้านได้พายเรือนำอาหาร ผัก และผลไม้ท้องถิ่นมาขาย มีบริการให้เช่าเรือพาย สำหรับเที่ยวหมู่บ้านและสวนผลไม้รอบ ๆ ตลาดน้ำท่าคา นักท่องเที่ยวที่ต้องการไปชมสามารถทางหลวงหมายเลข 325 (สมุทรสงคราม-บางแพ) จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 32 มีทางแยกขวาไปอีก 5 กิโลเมตร หรือเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางขึ้นรถได้ที่ตลาดตัวเมือง หน้าธนาคารทหารไทยสายแม่กลอง-ดำเนิน สายท่าคา-ดอนสาม

ตลาดน้ำอัมพวา ตลาดน้ำยามเย็น, สมุทรสงคราม
ตลาดน้ำอัมพวา จ.สมุทรสงคราม     เป็นตลาดริมคลอง ตั้งอยู่ใกล้วัดอัมพวันเจติยาราม (จอดรถที่วัดอัมพวันเจติยารามได้) ทุกวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์  ในช่วงเวลาเย็นตั้งแต่ช่วงเวลา 15.00 - 21.00 น. ในคลองอัมพวาจะมีพ่อค้าแม่ค้าพายเรือขายอาหารและเครื่องดื่ม เช่น หอยทอด ก๋วยเตี๋ยว กาแฟ โอเลี้ยง ขนมหวานต่างๆ  และมีรถเข็นขายของบนบกด้วย บรรยากาศสบาย ๆ มีเพลงฟัง จากเสียงตามสายของชาวชุมชน ประชาชนสามารถเดินเที่ยวชมตลาดหาซื้ออาหารรับประทานและเช่าเรือไปเที่ยวชมดูหิ่งห้อยในยามค่ำคืนได้ ค่าบริการคนละ 60 - 80 บาท ข้อมูลอื่นๆคลิก อัมพวา
ตลาดน้ำอัมพวา การเดินทาง:ทางรถยนต
จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 ถนนพระราม 2 (ถนนธนบุรี-ปากท่อ เดิม) ไปถึงหลัก กม.ที่ 63 ชิดซ้ายใช้ทางคู่ขนานต่างระดับ เข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม ถึงสี่แยกเลี้ยวขวา -เลี้ยวซ้ายข้ามทางรถไฟ เลี้ยวขวาถึงสามแยกไฟแดงเลี้ยวซ้ายวิ่งตรงไปประมาณ 6 กม. ถึงสามแยกอัมพวาชิดซ้ายเข้าอัมพวา วิ่งตรงผ่านตลาดอัมพวา ข้ามสะพานคลองอัมพวา(สะพานเดชาดิศร) ซุ้มประตูวัดทางเข้าอยู่ซ้ายมือ
รถประจำทางจากสถานีขนส่งสายใต้
- รถสาย 76 กทม.-ดำเนินสะดวก เป็นรถปรับอากาศผ่านจังหวัดจังหวัดสมุทรสงครามถึงตลาดอัมพวา เดินผ่านตลาด ข้ามคลองอัมพวา ตรงไปถึงวัด
- สาย 967 กทม.-สมุทรสงคราม ถึงสถานีขนส่งสมุทรสงคราม ขึ้นรถประจำทางสาย 333 แม่กลอง-อัมพวา-บางนกแขวก ผ่านหน้าวัด
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เทศบาลตำบลอัมพวา โทร. 0 3475 1359 หรือที่ ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม โทร. 0 3475 2847-8     E-mail : tatsmsk@tat.or.th  หรือ      Call Center 1672

 สถานที่ท่องเที่ยวท่องเที่ยวท่องเที่ยว

 สถานที่ท่องเที่ยวท่องเที่ยวท่องเที่ยว


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น